Monday, November 2, 2009

Halloween Day

ที่โรงเรียนจีโน่จัดงาน Halloween แล้วเค้าให้เด็กไปร่วมกิจกรรมด้วยเมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลา ประมาณ 1 ชั่วโมงแต่ผู้ปกครองต้องอยู่ด้วยตลอด เพราะครูดูแลไม่ไหว.......

ม่าม้าจีโน่ก็เลยต้องไปหาชุดมาให้จีโน่ใส่ สรุปได้ชุด Batman น้อยนี่แหละ ไม่น่ากลัวเกินไป ราคาประมาณ 20 ยูโร ประมาณ พันบาท แต่คำนวณแล้วปีหน้าย้ายโรงเรียนแล้ว เอามาใส่อีกก็ไม่เป็นไร ไม่มีใครจำได้ แล้วม่าม้าก็ซื้อตัวใหญ่กว่าจีโน่ น่าจะยังได้อยู่ ถ้าใส่ไม่ได้แล้วก็เอาไปขายก็น่าจะได้ เอาก็เอา ......

จีโน่เห็นชุดแล้วชอบมาก ใส่ไม่ยอมถอดเลย ครูที่โรงเรียนชมกันใหญ่ว่าน่ารักมาก

น่ากลัวมั้ยคร๊าบ batman กางปีกแล้ว


อ้าว แอบไปเอาหมวกเพื่อนมาใส่ตอนไหนเนื่ย ม่าม้าไม่เห็นเลย


คนนี้จะให้ม่าม้าไปขอให้ใช่มั้ย ได้เลยลูก สวยน่ารักใช้ได้เลย

คนนี้คุณครูประจำชั้น หอมฟอดใหญ่เลย ใส่ชุดสีเดียวกันกับจีโน่เลย

จับเด็ก เป็นความวุ่นวาย ที่น่ารักที่สุด กว่าจะได้รูปสวยๆ ยากมากๆ


ไม่เอาข้าว ไม่กินข้าว

ช่วงนี้จีโน่ไม่กินข้าวเลย ไม่กินข้าวมาประมาณเดือนหนึ่งได้แล้ว บ้อนได้สองคำก็คายออกมา แล้วก็เริ่มไม่กินผักบางอย่าง ทุกทีกินทุกผักเลยไม่เลือก เดี๋ยวนี้เริ่มเลือกได้แล้ว ม่าม้าหนูก็ต้องเปลี่ยนมาทำอาหารฝรั่งให้กินแทน ต้องไป search ใน internet ว่าเค้ากินอะไรกัน ก็เลยได้เมนูให้จีโน่กินช่วงนี้


ตอนเช้า ขนมปังปิ้ง 1 แ่ผ่น ใส่ชีส 2 แผ่น นมหนึ่งกล่อง กล้วยหอมประมาณครึ่งลูก แล้วก็ yogurt ถ้วยเล็ก

ตอนสิบโมง ผลไม้ หลายๆอย่าง กินได้หมด Apple, แพร, strawberry, มะม่วง, cantaloupe, แล้วแต่ว่าในตู้เย็นมีอะไรให้กิน แต่ขอบอกว่ากินเยอะมากๆ จานใหญ่ๆเลย

ตอนเที่ยง นมหนึ่งกล่อง หรือบางที บ้อนข้าวได้ ถ้วยเล็กๆ หรือน้ำซุปหนึ่งถ้วย


ตอนบ่ายสาม ตื่นนอนมาแล้ว เริ่มหิว ต้องให้มื้อหนักเลย แต่ก็ไม่กินข้าวอยู่ดี ม่าม้าก็เลยเปลื่ยนเป็น มันฝรั่งต้มใส่นมแล้วก็ชีส บางทีใส่เนื้อปลา บางทีใส่ไข่ต้มแล้วใส่มายองเนสนิดหนึ่งกิืนกับ แครอท ถั่วหวาน หรือ บล๊อกเคอรี่ต้ม แล้วก็ขาดไม่ได้เลย ก็มะเขือเทศเชอรี่กินสดๆเลย ต้องซื้อติดตู้เย็นไว้เลย


อีกเมนูที่จีโน่ชอบก็คือ อโวคาโด ใส่ใข่ต้มแล้วก็กินกับ สปาเก็ตตี้ราดซอสไก่สับนุ่มๆ กินได้จานใหญ่ๆเลย

มื้อเย็นรอให้ป๋ากลับมาแล้วกิน ปลาทอดกระเที่ยม หรือไม่ก็ไก่ทอด กรอบๆ แต่ไม่กินกับข้าวนะ กินกับอย่างเดียว บวกกับผลไม้อีกเล็กน้อย

มื้อดึกก็นมอีก หนึ่งกล่อง แล้วก็แปรงฟันเข้านอน อย่างมีความสุข :)))))










Dineyland & Paris Trip

ช่วงนี้อากาศเริ่มเปลี่ยนแปลง ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ก็เลยคิดกันว่าจะไปเที่ยวไหนดี ไปแบบขับรถเที่ยว ดีกว่า ขนของไปได้เยอะ เพราะเริ่มหนาวแล้ว ถ้าเที่ยวแบบนั่งเครื่องต้องไม่สะดวกเท่าไหร่

ทริปแรกของ Autumn ก็เลยเลือกที่จีโน่น่าจะสนุก ก็เลยมาเป็น Disneyland Paris เราออกจากบ้านประมาณ 8 โมงครึ่งของวันเสาร์ จริงๆแล้วจากบ้านขับไปปารีสก็ประมาณ 5 ชั่วโมงเอง แต่วันนั้นเป็นวันแรกของโรงเรียนที่ในยุโรปหยุดประมาณหนึ่งอาทิตย์ โอว.....กว่าจะถึงปารีสก็ขับไปประมาณ 8 ชั่วโมงได้ แล้วไปพักเป็น Apartment ที่สามารถทำครัวได้ แถว Disneyland เพื่อจะได้เที่ยว Disneyland ได้ในวันอาทิตย์ ค่าตั๋วเข้า Disney เด็กไม่เสีย แต่ผู้ใหญ่นี่สิ คนละประมาณเกือบสองพันห้า สองคนห้าพันบาท แพงมากๆๆ แต่เพื่อจีโน่ ก็เอาก็เอา ป๋านู๋ทุ่มไม่อั้น

เช้าวันอาทิตย์ ไปถึง Disney ตอน 10 โมงเช้า รถเยอะมาก แล้วที่สำคัญ หนาวมาก จำได้ว่าประมาณ 4 องศา จีโน่แต่งตัวเป็นหมีแพนด้า ใส่ประมาณ 4 ชั้นได้ แถมแม่หนูต้องไปซื้อผ้าหม่ที่สำหรับใส่รถเข็นไว้อีกหนึ่งผืน ต้องบอกว่า หนาวและทรมานมาก เพราะต้องอยู่กลางแจ้งทั้งวัน แล้วคนเยอะมาก จะเล่นเครื่องเล่นอะไรต้องรอคิวนานกว่าครึ่งชั่วโมง โอ้ย.... ช่างทรมานจริงๆ คุณลูกสนุก แต่คุณพ่อและคุณแม่เหนื่อยและหนาวแทบขาดใจ

รุ่งขึ้นวันจันทร์กะว่าจะกลับบ้านเลยเพราะเหนื่อยมากๆ แต่ก็มาแล้วก็ขับไปดูหอไิอเฟลหน่อยละกัน เดี๋ยวมาไม่ถึงปารีส จากที่พักขับไปในเมืองประมาณเกือบสี่สิบนาทีได้ ไปหาที่จอดรถในห้างในเมือง ขับรถในเมืองปารีสอาจจะไม่ยากถ้าผ่านการขับรถในกรุงเทพมาแล้ว แต่ที่ยากกว่าก็คือมารยาท ต้องขอยกนิ้วในเลยเพราะคนที่นี่ขับรถมารยาทยอดแย่จริงๆ นึกจะจอดก็จอด จะปาดก็ปาด สุดยอดจริงๆ ต้องขอยกนิ้วให้ป๋าจีโน่ที่สามารถผ่านการขับรถในเมืองที่แย่ๆ แบบนี้มาได้

ภาพในจินตนาการว่าปารีสนี่น่าเที่ยว สวย น่ามามาก ต้องขอบอกว่าไม่จริงเลย ต้องบอกว่า สกปรก เหม็นฉี่มาก ยิ่งกว่าเมืองจีนอีก ที่จอดรถ แทบจะอาเจียรไม่อยากจะลงจากรถเลยเพราะว่าเหม็นฉี่ เพราะคนที่นี่เข้าห้องน้ำต้องเสียเงินก็เลยฉี่ในที่จอดรถซะเลย แล้วรถไฟใต้ดินก็สกปรกมากๆถึงมากที่สุด ตอนไปเที่ยวกรีก ยังดีกว่านี้ตั้งเยอะ แล้วก็ไม่เหมาะที่จะพาเด็กเล็กไปเที่ยวที่นี่ด้วย เพราะว่ารถไฟไม่มีทางออกของรถเข็น ไม่มีลิพท์ ไม่มีบรรไดเลื่อน ต้องยกรถเข็นขึ้นบรรไดเอาเอง แล้วลองคิดดู ถ้าเป็นคนพิการหล่ะก็ไม่มีสิทธิ์ไปเที่ยวแน่ๆ


สรุปทริปนี้เป็นทริปทรหด ของครอบครัวจริงๆ ขากลับจีโน่ตัวร้อนมาก ป๋าหนูขับรถซิ่งมากขากลับไม่ถึงห้าชั่วโมงถึงบ้านเลย โชคดีไม่มีใบสั่งตามมาที่หลัง รอดไป ป่วยตัวร้อนกันทั้งบ้าน สรุปเป็นอาทิตย์ที่เหนื่อยจริงๆ


ใครอยากเจอประสบการณ์แบบนี้ ก็มาลองดูได้ :))))))